• กองส่งเสริมการวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • 04-3754-416 (1756)

เกวียนบ้านนาสะไมย์ ในบริบทสังคมสมัยใหม่
The Cart of Ban Na Samai : in the social of Modernization

  • ปีงบประมาณ : 2563 | ประเภททุน : ทุนบุคลากรสายสนับสนุน
  • งบประมาณที่ขอสุทธิ : 20,000 บาท

ความสำคัญ/ ที่มา :

          ในอดีตเมื่อต้องเดินทางขนย้ายสิ่งของที่มีน้ำหนักมากและมีจำนวนมากเกินกำลังคนก็จะใช้สัตว์ขนย้าย ต่อมาเมื่อมีเกวียนจึงใช้เกวียนแทนที่การใช้แรงงานสัตว์เป็นพาหนะอเนกประสงค์ในการบรรทุกทำให้มีความสะดวกสบายและมีความรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้เกวียนยังมีบทบาททางเศรษฐกิจโดยการใช้ในการบรรทุกส่งสินค้าไปมาระหว่างเมืองต่างๆ และการค้าขายระหว่างประเทศเป็นจำนวนครั้งละมากๆ ซึ่งมักมีการค้าขายโดยจัดเกวียนเป็นขบวนใหญ่เรียกว่า คาราวาน อันเป็นวิธีการขนส่งโดยบรรทุกสินค้าใส่เกวียนเป็นจำนวนมากและเดินทางร่วมกันครั้งละหลายเล่มเกวียนเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง เกวียนจึงเป็นพาหนะที่มีบทบาททางเศรษฐกิจที่สำคัญในอดีต

          เมืองยโสธรได้มีประวัติการใช้เกวียน และโคต่างชัดเจนดังที่ปรากฏในประวัติศาสตร์อีสาน กล่าวว่าในสมัยพระสุนทรราชวงศา (บุต) เจ้าเมืองยโสธรซึ่งขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พ.ศ.2395)  ได้ค้าขายกับเมืองนครราชสีมา และรับรองให้ชาวจีนมาค้าขายในเมืองยโสธรเป็นครั้งแรกโดยใช้โคต่างในการลำเลียงสินค้า (เติม วิภาคย์พจนกิจ.2546:115) นอกจากนี้เมืองยโสธรนอกจากจะมีเกวียนที่มีลักษณะสวยงามแล้ว ยังเป็นแหล่งที่ผลิตเกวียนที่มีชื่อเสียงและยังมีเกวียนเป็นจำนวนมาก ดังที่กล่าวว่า ขบวนเกวียนเดินทางในสมัยก่อน เมื่อขบวนเกวียน 2 ขบวนสวนทางกัน มีธรรมเนียมว่า ถ้าขบวนใดมีจำนวนเกวียนน้อยกว่า จะต้องหลีกทางให้ขบวนเกวียนที่มีจำนวนมากกว่าไปก่อน และขบวนเกวียนในภูมิภาคนี้ถ้าสวนทางกับขบวนเกวียนยโสธร ก็ต้องหลีกทางให้ขบวนเกวียนยโสธรนี้ไปก่อนโดยไม่มีข้อโต้แย้ง (ก่อ สวัสดิพานิชย์.2533 :125) หมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการทำเกวียนของเมืองยโสธรตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ หมู่บ้านนาสะไมย์ ตำบลนาสะไมย์ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร หมู่บ้านนาสะไมย์ ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับบ้านทุ่งนางโอก เป็นแหล่งรวมของชาวบ้านที่ได้ชื่อว่าเป็นช่างฝีมือ มีความชำนาญทางด้านงานหัตถกรรม

       เกวียนของเมืองยโสธรจะมีความงดงามในศิลปะทางการช่างที่แตกต่างจากที่อื่น ช่างทำเกวียนต้องมีความชำนาญในการแกะสลัก ความรู้ในงานช่างไม้เป็นศิลปะทางช่างที่ต้องใช้ผู้ที่มีความชำนาญสูงต้องอาศัยการฝึกฝนฝีมือเป็นเวลานานจึงจะมีศิลปะในการแกะสลักลาย การทำส่วนประกอบและการประกอบเกวียน ช่างทำเกวียนบ้านนาสะไมย์ที่มือชื่อเสียงในปัจจุบันได้แก่ช่างทุย หาสำรีย้ายจากบ้านนาสะไมย์ไปอยู่ที่บ้านดู่ลาด อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร และเสียชีวิต เมื่อ พ.ศ. 2553) ช่างบุญยัง  หาสำรี ช่างน้อย  หาสำรี (เสียชีวิต) ช่างผุย  เจริญบุตร ช่างอุทาน หาสำรี ช่างเพชร หาสำรี และช่างทอก  ทองเกลียว  (สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ เล่ม 36 เรื่องที่ 3 ) ยังคงมีฝีมือการทำเกวียนและแกะสลักเกวียนสืบทอดฝีมือช่างมาจนปัจจุบัน

          ปัจจุบันประเทศได้พัฒนาสังคมและเศรษฐกิจไปสู่ความทันสมัย โดยมีการรับความทันสมัยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จากการทำสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง (Bowring Treaty) มีการเปิดการค้าเสรี และมีการปรับเปลี่ยนสังคมตามปัจจัยต่างๆ ที่มุ่งสู่ความทันสมัยตามแบบอย่างตะวันตกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชกาลที่ 5 เริ่มมีการปฏิรูปการปกครอง เกิดแนวคิดสร้างทางรถไฟเชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี แล้วเสร็จในพ.ศ. 2473 (รัชกาลที่ 7) ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงการคมนาคมทางรถไฟอันเป็นผลจากการปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 เข้ามามีบทบาทในการบรรทุกขนส่งและการเดินทางแทนที่บทบาทของเกวียน (สุวิทย์ ธีรศาศวัต. 2549) แม้จะมีการใช้เกวียนแต่มีระยะทางสั้นลงประกอบกับในรัชกาลที่ 5 มีการใช้กฎข้อบังคับเพื่อควบคุมการใช้เกวียนและในรัชกาลที่ 6 มีการกำหนดให้จดทะเบียนใบอนุญาตขับรถรวมทั้งในรัชกาลที่ 8 มีการตราพระราชบัญญัติล้อเลื่อน พ.ศ. 2478 จึงทำให้มีผลกระทบต่อการทำเกวียนและการใช้เกวียนอีกด้วย  สมัยต่อมามีการพัฒนาประเทศในหลาย ๆ ด้าน เช่น ในสมัยจอมพล สฤษดิ์  ธนะรัชต์ ได้มีการสร้างถนนมิตรภาพ ตามมาด้วยการสร้างถนนสายรองเชื่อมชุมชนเมืองและชนบทอย่างต่อเนื่องทำให้การคมนาคมด้วยรถยนต์ทุกขนาดเข้ามีบทบาทแทนเกวียนมากขึ้นอย่างชัดเจนเนื่องจากความสะดวกและรวดเร็ว (สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ เล่ม 36 เรื่องที่ 3 )

          ผลการใช้แนวทางการพัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัยได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสังคมในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม สังคมและสิ่งแวดล้อม ระบบสื่อสารและการขนส่งที่ทันสมัยหรือการกระจายการศึกษาไปสู่ชนบทมากยิ่งขึ้น กระบวนการเปลี่ยนแปลงนี้ก่อให้เกิดทั้งผลบวกและผลลบที่ตามมา การขยายตัวของอุตสาหกรรม การส่งเสริมการเกษตรแผนใหม่เพื่อการค้าและการส่งออก รวมถึงการขยายตัวของรัฐไปสู่ชนบท ส่งผลให้ชนบทอ่อนแอในหลายด้าน การต้องพึ่งพิงพ่อค้าคนกลางในการสั่งสินค้าทุน ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ระบบความสัมพันธ์แบบเครือญาติ และการรวมกลุ่มกันตามประเพณีเพื่อการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่เดิมแตกสลายลง ภูมิความรู้ที่เคยใช้แก้ปัญหาและการสั่งสมปรับเปลี่ยนกันมาถูกลืมเลือนและเริ่มสูญหายไป (นิธิ เอียวศรีวงศ์.2536) ดังนั้น “เกวียน” ที่เป็นสิ่งที่ถูกมองว่ามีความเป็นอื่นตามทฤษฏีความทันสมัยดังที่กล่าวมาข้างต้น จะดำรงอยู่และเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ในบริบทสังคมและเศรษฐกิจสมัยใหม่

วัตถุประสงค์ :

1.เพื่อศึกษาการดำรงอยู่และบทบาทของเกวียนบ้านนาสะไมย์ จังหวัดยโสธรในบริบทสังคมและเศรษฐกิจสมัยใหม่         

2. เพื่อศึกษาและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจของช่างทำเกวียนบ้านนาสะไมย์ จังหวัดยโสธร