การพัฒนารูปแบบพัสตราภรณ์ในพิธีวิวาห์บาบ๋าสู่งานสร้างสรรค์คาบาเรต์<br>The Development of Costumes in Baba Wedding Ceremony to Cabaret Shows

การพัฒนารูปแบบพัสตราภรณ์ในพิธีวิวาห์บาบ๋าสู่งานสร้างสรรค์คาบาเรต์
The Development of Costumes in Baba Wedding Ceremony to Cabaret Shows


ไทย :

ชื่อเรื่อง  :           การพัฒนารูปแบบพัสตราภรณ์ในพิธีวิวาห์บาบ๋าสู่งานสร้างสรรค์คาบาเรต์

ผู้วิจัย    :           นายยุทธพงษ์  ต้นประดู่

มหาวิทยาลัย        มหาวิทยาลัยมหาสารคาม          ปีที่พิมพ์  :    2559

 

บทคัดย่อ

 

           การวิจัยเรื่องการพัฒนารูปแบบพัสตราภรณ์ในพิธีวิวาห์บาบ๋าสู่งานสร้างสรรค์คาบาเรต์ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีความมุ่งหมาย 3 ประการ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาของกลุ่มชนบาบ๋า พิธีวิวาห์และรูปแบบพัสตราภรณ์ที่ใช้ในพิธีวิวาห์บาบ๋าของกลุ่มชนบาบ๋าจังหวัดภูเก็ต 2) เพื่อศึกษาการแสดงคาบาเรต์และแนวทางการพัฒนารูปแบบพัสตราภรณ์ในพิธีวิวาห์ของกลุ่มชนบาบ๋าสู่งานสร้างสรรค์คาบาเรต์ 3) เพื่อสร้างสรรค์คาบาเรต์จากพิธีวิวาห์และรูปแบบพัสตราภรณ์ในพิธีวิวาห์บาบ๋า  ขอบเขตของพื้นที่วิจัยคือ ย่านเมืองเก่าภูเก็ต ประกอบด้วย พื้นที่ถนนดีบุก ถนนกระบี่ ถนนถลาง ถนนเยาวราช เทศบาลเมือง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต และผู้วิจัยได้เลือกจากแหล่งคาบาเรต์ 3 แห่ง ประกอบด้วย 1) บริษัทไซม่อนคาบาเรต์ 2) บริษัทไซม่อน สตาร์ คาบาเรต์ 3) บริษัทอะโพไดร์ คาบาเรต์ โดยใช้เป็นกรณีศึกษาแบบเจาะจง  ซึ่งคณะคาบาเรต์ทั้ง 3 แห่งมีชื่อเสียงและจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย การศึกษาข้อมูลการวิจัยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนตามความมุ่งหมาย วิธีดำเนินการวิจัยประกอบด้วย การศึกษาเอกสาร การสังเกต การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่มย่อยจำนวน 4 ครั้งและการประชุมเชิงปฏิบัติการโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย ครูภูมิปัญญาแห่งชาติ ครูภูมิปัญญาท้องถิ่น กรรมการสมาคมบาบ๋าเพอรานากัน กรรมการบริหารสภาวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต กรรมการชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต กรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดภูเก็ต บุคลากรการท่องเที่ยวและกีฬา อบจ.ภูเก็ต กรรมการบริหารบริษัทภูเก็ตไซม่อน สตาร์ คาบาเรต์และอาจารย์สาขาวิชาศิลปะการจัดการแสดง เพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบพัสตราภรณ์ในพิธีวิวาห์ของกลุ่มชนบาบ๋าและกระบวนการแสดงคาบาเรต์ พร้อมทั้งนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการบรรยายอย่างละเอียด

           ผลการวิจัยพบว่า 1) ประวัติความเป็นมาของกลุ่มชนบาบ๋าเกิดจากการที่ชายหนุ่มชาวจีนที่อาศัยบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ของประเทศจีน เดินทางอพยพโดยเรือสำเภาเข้ามาอาศัยบริเวณแหลมมลายูส่วนใหญ่เป็นชาวจีนฮกเกี้ยน ซึ่งมีสาเหตุสำคัญ 3 ประการ คือ 1) ภัยการเมือง 2) ภัยสงคราม 3) ความอดอยากยากแค้น พบมากในเมืองท่าการค้าโดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตและเมื่อการงานมั่นคงชาวจีนกลุ่มนี้ได้แต่งงานกับชาวพื้นเมืองภูเก็ต บางส่วนเดินทางกลับประเทศจีนเพื่อรับครอบครัวเข้ามาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีการผสมผสานวัฒนธรรมด้านต่างๆ ที่สำคัญคือ พิธีวิวาห์ซึ่งมีขั้นตอนที่สำคัญ 5 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1) การแลกแหวน 2) พิธีไหว้ฟ้าดิน 3) พิธีล้างเก้าอี้ 4) พิธีผ่างเต๋ 5) พิธีหกวันและรูปแบบพัสตราภรณ์ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น 2) การแสดงที่โดดเด่นของจังหวัดภูเก็ตคือ คาบาเรต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลอกเลียนแบบจากต่างประเทศส่งผลให้เกิดปัญหาการฟ้องร้องด้านการละเมิดลิขสิทธิ์และการแต่งกายที่อนาจาร ส่อในเรื่องเพศ ส่งผลให้เกิดปัญหาอาชญากรรม แต่ด้วยความหลากหลายของวัฒนธรรมภูเก็ต โดยเฉพาะพิธีวิวาห์บาบ๋าซึ่งจัดปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากขั้นตอนมีความละเอียดซับซ้อนรวมทั้งผู้ประกอบพิธีกรรมและรูปแบบพัสตราภรณ์อย่างเป็นระบบซึ่งในอนาคตอาจสูญหายได้ แต่ถ้านำมาประยุกต์สู่การแสดงคาบาเรต์ สามารถเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นได้ 3) ผลจากการพัฒนารูปแบบพัสตราภรณ์ในพิธีวิวาห์บาบ๋าสู่งานสร้างสรรค์คาบาเรต์ พบว่า กลุ่มผู้รู้ ผู้ปฏิบัติและนักท่องเที่ยว มีแนวคิดร่วมกันในการพัฒนารูปแบบพัสตราภรณ์ 3 ประการ 1) การพัฒนารูปแบบพัสตราภรณ์บนพื้นฐานการอนุรักษ์คือ การพัฒนาให้เห็นรากเหง้าการแต่งกายของวัฒนธรรมดั้งเดิม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาพัสตราภรณ์เจ้าสาวให้มีความหรูหราเหมาะสมกับการแสดงคาบาเรต์ ส่วนการพัสตราภรณ์ของเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาว ให้อนุรักษ์รูปแบบการแต่งกายดั้งเดิม 2) ด้านการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจของโลกสอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเป็นอันดับ 1 ของจังหวัดภูเก็ต ส่งผลด้านการพัฒนาเศรษฐกิจระดับมหภาคและจุลภาค 3) ด้านความพึงพอใจของนักแสดงคาบาเรต์ ประกอบด้วยความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวและการสื่อสารด้านอารมณ์ ส่งผลด้านสุนทรียศาสตร์ด้านการแสดง โดยข้อเสนอแนะคือ ควรขยายผลสู่การแสดงสร้างสรรค์ประเภทอื่น เช่น ละครร้อง ละครใบ้ บัลเลต์ อีกทั้งควรร่วมกับหน่วยงานเศรษฐกิจท้องถิ่น เช่น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดภูเก็ตทั้งนี้เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

English :

TITLE               The Development of Costumes in Baba Wedding Ceremony to Cabaret  Shows

AUTHOR        Mr. Yuttapong Tonpradoo

UNIVERSITY       Mahasarakarm University             B.E.     2016

 

 

 

ABSTRACT

 

           The Development of costumes in Baba Wedding Ceremony to Cabaret Shows research employed qualitative methods. This research aimed to 1) study local Baba groups, wedding ceremonies and the costumes used in Baba wedding ceremony in Phuket 2) study Cabaret performance to performance to promote Phuket tourism and create guidelines for the development of Baba wedding ceremony costumes in cabaret shows 3) create cabaret shows from the wedding ceremony and the costumes used in Baba wedding ceremonies to promote tourism in Phuket. The areas of this research were Phuket Old Town, including several historical streets: Dibuk Road, Krabi Road, Thalang Road and Yaowarat Road. The researcher also selected 3 cabaret show companies: 1) Phuket Simon Cabaret 2) Phuket Simon Star Cabaret 3) Aphrodite Cabaret Show Phuket which were the main research areas for data collection. The methodology of this research included three stages. The key methods for data collection were the study of documents, observation, interviews, four focus groups and workshops with stakeholders: informants included casual informants and general informants, committees of Baba – Paranakan Association, Phuket Culture board committees, Phuket Old Town Community committees, Thai Women’s Empowerment Fund of Phuket Province committees, staff from Tourism and Sport Section at Phuket Provincial Administrative Organization, Organization, the executive director of Phuket Simon Star Cabaret and Performance Arts Program teachers. Data analysis was presented descriptively.

          

           The research findings showed 1) the history: Baba people are descendents of Chinese immigrants who came from the East and the South of China and moved to the Malay Peninsula, where they settled there. Most of them were Hokkian Chinese. The major reasons for immigration were 1) political events 2) wars 3) hunger and poverty. They arrived at trading ports especially Phuket. When they had stable work these Chinese groups married with local people in Phuket. Some returned to China to bring their family to settle in Phuket. Therefore, a culture developed especially seen in the wedding ceremony. The wedding ceremony is divided into five stages: 1) Kan Lak Wan 2) Pitee Wai Fah Din 3) Pitee Lang Kai Ei 4)  Pitee Pang Tae 5) Pitee Hok Wan and the costumes reflect the identity of Phuket 2) Phuket has splendid cabaret performances. Most cabaret acts imitate shows in overseas countries which can result in prosecution. The attires can also lead to sexual crime. A variation in Phuket is the Baba wedding ceremony which is held just once a year because it is very detailed. The casual informants are elderly and there no systematic knowledge management and transfer of experience about the ceremony and costumes used in Baba wedding ceremonies, thus it might be lost in the future. However, the application of Baba wedding ceremony to cabaret show can promote local culture. 3) It was found that stakeholders who include the key informants, casual informants and general informants have cooperative ideas to develop costume for Baba wedding ceremony in cabaret shows in 3 ways 1) The development of the costumes in Baba wedding ceremony is based on cultural conservation. The development focuses on the traditional culture and the luxurious costumes of the groom, groomsmen and bridesmaids for cabaret shows but it is still conservative in style. 2) enhance relationship with China which is a great powerful country and is ranked as number one source of tourist in Phuket. These result macro and micro economics development 3) cabaret actor’s satisfaction revealed revealed that agility of movement and emotional communication affected the aesthetics of performance. Recommendations for Phuket tourism promotion is that this research should be expanded to other types of performance such as opera, mime and ballet. Furthermore, there should be collaboration with local organizations for example the Thai women’s Empowerment fund in Phuket province in order to continue development.